กกพ.เร่งแก้กฏระเบียบ35ฉบับรองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

            คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เร่งทบทวนกฎระเบียบ 35 ฉบับรองรับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีดิจิทัลด้านไฟฟ้า ทั้งด้านใบอนุญาตต่างๆ อัตราค่าบริการ มาตรฐานประกอบกิจการไฟฟ้า  ชี้แนวโน้มประชาชนผลิตไฟฟ้าใช้เองมากขึ้นและกระจายตัวในพื้นที่ต่างๆอย่างรวดเร็ว จนเกิดการเรียกร้องให้รัฐเร่งแก้กฎระเบียบให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีไฟฟ้า คาดปรับแก้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2563

            นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ. ได้ว่าจ้างที่ปรึกษา ศึกษาทบทวนกฎระเบียบหลัก 35 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีด้านไฟฟ้าของประเทศ จากทั้งหมด 86 ฉบับ เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีไฟฟ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว กกพ.จำเป็นต้องปรับกฎระเบียบทั้งด้านแนวทางการกำกับกิจการพลังงาน ใบอนุญาตต่างๆ อัตราค่าบริการ มาตรฐานประกอบกิจการ มาตรฐานการให้บริการระบบโครงข่าย และมาตรฐานสัญญา เป็นต้น ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

            อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน กกพ. ได้ตั้ง “โครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการด้านพลังงาน (ERC Sandbox) ขึ้น เพื่อให้เกิดการทดลองนำร่องธุรกิจไฟฟ้ารูปแบบใหม่ๆ ซึ่งจะทำให้ กกพ.ได้ทราบถึงปัญหาอุปสรรคและแก้ไขปัญหาด้านกฎหมายให้เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจไฟฟ้ายุคดิจิทัล โดยปัจจุบันมี 34 โครงการที่ผ่านการอนุมัติ ได้แก่ 1.โครงการ peer-to-peer trading หรือ การผลิตไฟฟ้าและขายตรงให้กับเพื่อนบ้าน 2.ระบบไมโครกริด (Microgrid) 3. battery storage 4.โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ และ5. ธุรกิจใหม่ เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ผู้ผ่านการพิจารณาดังกล่าวอยู่ระหว่างการจัดทำความเป็นไปได้ของโครงการผ่านเอกสารเป็นหลักก่อนจะนำร่องโครงการจริงในอนาคต

            ทั้งนี้ทิศทางเทคโนโลยีไฟฟ้าเติบโตรวดเร็วและไม่สามารถหยุดยั้งได้ ทำให้มีผู้ประกอบการธุรกิจไฟฟ้ามากขึ้น ทั้งผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก(SPP)และผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กมาก(VSPP) รวมถึงการผลิตไฟฟ้าของประชาชนกระจายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศและมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งภาคประชาชนและเอกชนเป็นผู้เรียกร้องให้ภาครัฐปรับแก้กฎระเบียบให้ทันต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่ง กกพ.จำเป็นต้องเร่งดำเนินการปรับกฎระเบียบดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะเสร็จภายในปีงบประมาณ 2563 นี้
ที่มา : Energy News Center
วันที่ : 12 พ.ย. 2562