กบง.รับทราบ3รูปแบบโรงไฟฟ้าชุมชน ดัน Quick win ขายไฟภายในธ.ค.นี้

            กบง.รับทราบ3รูปแบบลงทุนโรงไฟฟ้าชุมชน ทั้งการลงทุนโดยเอกชน หรือบริษัทลูกของการไฟฟ้าที่มีความพร้อมอยู่แล้ว    การลงทุนเพื่อความมั่นคงปลายสาย หรือไฟฟ้าเข้าไม่ถึง และรูปแบบการลงทุนเพื่อนำของเสียมาจัดการให้เป็นประโยชน์เชิงพลังงาน เช่น ขยะ คาดในส่วน Quick win ขายไฟได้ปลายปี2562นี้ มอบกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ. )และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(สำนักงาน กกพ.)ร่วมกันจัดทำรายละเอียดหลักเกณฑ์และรูปแบบ  พร้อมรับทราบแนวทางการทดลองนำเข้า LNG แบบ Spot ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)ลำเรือแรก65,000ตันในเดือนธ.ค.2562

            นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุม กบง. ได้หารือรูปแบบโรงไฟฟ้าชุมชนตามกรอบนโยบายพลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ตามมติที่ กพช. ได้มอบหมายตั้งแต่ 11 กันยายน 2562 โดยเบื้องต้นที่กระทรวงพลังงานพิจารณาไว้ 3 รูปแบบ ได้แก่ (1) เป็นการลงทุนโดยภาคเอกชน หรือบริษัทลูกของการไฟฟ้าที่มีความพร้อมอยู่แล้ว    (2) เป็นการลงทุนเพื่อความมั่นคงปลายสาย หรือไฟฟ้าเข้าไม่ถึง โดยอาจจะพิจารณานำเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กองทุนพัฒนาไฟฟ้า หรือรูปแบบ CSR จากภาคเอกชนต่างๆ (3) เป็นการลงทุนเพื่อนำของเสียมาจัดการให้เป็นประโยชน์เชิงพลังงาน เช่น ขยะ โดยมอบหมายกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) และคณะกรรมการ กกพ. ร่วมกันจัดทำรูปแบบรายละเอียดมาเสนอ กบง. อีกครั้ง ภายในเดือน พ.ย. หรือ ธ.ค. 2562  ทั้งนี้ จะมีการตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้ กบง. มาช่วยพิจารณาหลักเกณฑ์ดังกล่าว เพื่อปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขึ้นต่อไป

            พร้อมกันนี้ กบง. ได้รับทราบแนวทางการทดลองนำเข้า LNG แบบ Spot ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตามที่ กฟผ. เสนอ ซึ่งเป็นเรื่องการดูช่วงเวลาและปริมาณการนำเข้าที่เหมาะสม เพื่อเป็นแนวทางให้ กฟผ. ดำเนินการต่อไป โดยจากข้อมูลที่ได้รับ สรุปว่ามีแนวทางเลือกปริมาณการนำเข้า 2 ลำเรือ ลำเรือละ 65,000 ตัน และช่วงเวลาการนำเข้าที่เหมาะสมลำแรกประมาณเดือนธันวาคม 2562 และลำที่ 2 ประมาณเดือนเมษายน 2563 ทั้งนี้ จากข้อมูลราคา LNG แบบ Spot ในช่วงเดือนธันวาคม 2562 จะยังไม่สูงมากนัก และให้ กฟผ. และ กกพ. นำผลการนำเข้า LNG ลำแรกมารายงาน กบง. เพื่อจะได้ทราบผลกระทบจากการดำเนินการ รวมถึงการเปรียบเทียบต้นทุนค่าไฟฟ้า ให้ส่งผลกระทบต่ออัตราค่าไฟฟ้าน้อยที่สุด

            นอกจากนี้ กบง. ได้พิจารณาแนวทางแก้ปัญหาความเดือดร้อนของผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ชีวมวล โดยให้ SPP ชีวมวล สามารถสมัครใจเลือกอยู่ในรูปแบบสัญญาเดิมต่อไปตามเงื่อนไขเดิม หรือให้สามารถเลือกที่จะเปลี่ยนรูปแบบเป็น FiT ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยได้คำนึงถึงผลกระทบต่อภาระค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าของประเทศในภาพรวม รวมทั้งผลกระทบต่อเนื่องที่อาจเกิดขึ้นกับ SPP ชีวมวลแบบ FiT (โครงการ SPP Hybrid Firm) ที่ได้มีการประกาศรับซื้อและดำเนินการคัดเลือกเมื่อปี 2560 โดยวิธี Competitive Bidding ควบคู่กันไปด้วยแล้ว
ที่มา : Energy News Center
วันที่ : 21 ต.ค. 2562