“สนธิรัตน์”เปิดใจรับฟัง 6ข้อเรียกร้อง กลุ่มคปพ.

           “สนธิรัตน์”เปิดโอกาสให้แกนนำ เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย(คปพ.)เข้าหารือพร้อมรับพิจารณา 6 ข้อเรียกร้อง อาทิข้อห่วงใยเรื่องการเจรจาพัฒนาปิโตรเลียมพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา และ การนำหุ้นบริษัท ปตท.น้ำมันและค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ขายในตลาดหลักทรัพย์ฯที่ สุ่มเสี่ยงต่อการฝ่าฝืนกฎหมาย  การให้กระทรวงพลังงานดำเนินการตามกรอบรัฐธรรมนูญเรื่องการผลิตไฟฟ้าของรัฐ ที่กฟผ.ต้องมีสัดส่วนการผลิตไม่น้อยกว่า51% ภายใน10ปี การทบทวนการอนุญาตโรงไฟฟ้าภาคตะวันตก 1,400 เมกะวัตต์ ให้กับราช กรุ๊ป โดยไม่ต้องประมูลแข่งขันราคา และอนุมัติให้ บมจ. เนชั่นแนล ซัพพลาย หรือ NPS เปลี่ยนเชื้อเพลิง ในโรงไฟฟ้าขนาด540 เมกะวัตต์ จากถ่านหินเป็นก๊าซธรรมชาติ

           วันนี้ 21 ส.ค. 2562 เมื่อเวลา 13.00 น. แกนนำเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย(คปพ.) น.ส.รสนา โตสิตระกูล, นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล,ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี,นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ได้เข้าหารือและยื่นข้อเรียกร้องกับ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  จากที่ก่อนหน้านี้ นายสนธิรัตน์ เคยเปิดโอกาสให้ กลุ่มปฎิรูปพลังงานเพื่อความยั่นยืน(ERS)ที่นำโดย นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์  เข้าพบและนำเสนอข้อเรียกร้องเช่นเดียวกัน

           โดย นายสนธิรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังการหารือกับ แกนนำ คปพ. ว่า ได้เชิญ คปพ.มาเป็นคณะทำงานร่วมกับกระทรวงพลังงาน เพื่อผลักดันนโยบายการขับเคลื่อนพลังงานสู่เศรษฐกิจฐานราก เนื่องจากมีความเห็นที่สอดคล้องกันในการสนับสนุนส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้าเพื่อขายให้กับรัฐ    โดยก่อนหน้านี้ ทางกลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน หรือ ERS ได้เข้าหารือกับตัวเขาเช่นกัน และได้เสนอให้จัดตั้ง “คณะกรรมการที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน” เบื้องต้นจึงเห็นว่า ควรจะเชิญทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาฯ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่คณะกรรมการปฏิรูปพลังงานได้กำหนดไว้ ทั้งนี้กระทรวงพลังงานพร้อมเปิดรับฟังข้อเสนอที่มีความเห็นแตกต่าง และมีเวทีที่สามารถจะหาข้อยุติร่วมกันได้



4แกนนำ คปพ.( จากซ้ายไปขวา) ธีระชัย, รสนา ,ม.ล.กรกสิวัฒน์ ,ปานเทพ

           ในขณะที่นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์  ,นางสาวรสนา และนายธีระชัย  แกนนำคปพ. ร่วมกันให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึง ข้อเรียกร้องของ คปพ.ทั้ง6 ข้อที่ให้ กระทรวงพลังงานดำเนินการ  ภายหลังเข้าพบนายสนธิรัตน์ ซึ่งแกนนำคปพ.แสดงความพอใจและขอบคุณที่รัฐมนตรีพลังงานคนใหม่ เปิดใจรับฟังข้อเรียกร้องทั้งหมด และรับที่จะไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เห็นว่ามีความสอดคล้องกับแนวนโยบายที่กระทรวงพลังงานจะดำเนินการ

           โดยข้อเรียกร้องทั้ง6 ข้อประกอบด้วย 1.ขอให้มีการปรับปรุงสูตรโครงสร้างราคาน้ำมันสำเร็จรูปและก๊าซหุงต้มใหม่ เพื่อลดราคาพลังงานให้เป็นธรรมกับประชาชน 2.ข้อห่วงใยเรื่องการเจรจาพัฒนาปิโตรเลียมพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา ,3.การประมูลปิโตรเลียมแหล่งเอราวัณและบงกช อาจส่อผิดกฎหมาย เพราะไม่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ,4.การนำหุ้นบริษัท ปตท.น้ำมันและค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ สุ่มเสี่ยงต่อการฝ่าฝืนกฎหมาย 5.การปฏิบัติตามกรอบรัฐธรรมนูญเรื่องการผลิตไฟฟ้าของรัฐ  ที่ต้องการให้มีการปรับแผนPDP2018 เพื่อให้ กฟผ.เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 51% ภายใน10ปี และ การให้ชุมชนมีสิทธิในการผลิตไฟฟ้าขายให้กับรัฐโดยใช้พลังงานหมุนเวียน รวมทั้งการขอให้ทบทวนการอนุญาตโรงไฟฟ้าภาคตะวันตก 1,400 เมกะวัตต์ ให้กับราช กรุ๊ป โดยไม่ต้องประมูลแข่งขันราคา และการอนุมัติให้ บมจ. เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย หรือ NPS เปลี่ยนเชื้อเพลิง ในโรงไฟฟ้าขนาด540 เมกะวัตต์ จากถ่านหินเป็นก๊าซธรรมชาติ ที่เห็นว่ามีความไม่โปร่งใส   และ6.ขอให้เร่งรัดการตรวจสอบการทุจริตกรณีโรลส์รอยส์ ในรัฐวิสาหกิจด้านพลังงาน
ที่มา : Energy News Center
วันที่ : 21 ส.ค. 2562