เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง ยืนยันไทยมีสำรองน้ำมัน 50 วัน และก๊าซหุงต้ม 20 วัน...

            รัฐมนตรีพลังงาน ประชุมด่วนร่วมกับ ปตท. เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ความตึงเตรียดในตะวันออกกลางจาก เหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวโอมาน ยืนยันไทยมีสำรองน้ำมันรวมใช้ได้ 50 วันและก๊าซหุงต้มครัวเรือน (LPG) อีก 20 วัน และมีเงินกองทุนน้ำมันฯ เกือบ 4 หมื่นล้านบาท เพื่อพยุงไม่ให้ราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ระบุปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบต่อราคาน้ำมันในประเทศ แต่หากสถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นปิดช่องแคบฮอร์มุช ก็อาจกระทบต่อราคานำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และส่งผลต่อค่าไฟฟ้าได้  

            นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งด่วนเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 14 มิ.ย. 2562 เพื่อรองรับกรณีวิกฤติน้ำมันและก๊าซหุงต้ม (LPG) ในประเทศ ที่อาจเกิดขึ้นจากกรณีการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันแนฟทา (วัตถุดิบสำหรับผลิตปิโตรเคมี) ที่จะส่งไปประเทศไต้หวัน และเรือบรรทุกเมทานอลที่จะส่งไปสิงคโปร์ ในอ่าวโอมาน  เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2562 ที่ผ่านมา โดยไทยมีการเตรียมความพร้อมครั้งนี้อยู่ในระดับธงสีเหลือง คือ การพร้อมที่จะปฏิบัติจริง โดยหากเกิดวิกฤติรุนแรง เช่น การเผชิญหน้าระหว่างกองทัพทหารสหรัฐฯกับกองทัพทหารของอิหร่าน กระทรวงพลังงานจะยกระดับเป็นธงสีแดง คือ นำแผนที่ซ้อมไว้ไปปฏิบัติจริงทันที
            อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานยืนยันว่า ไทยมีความพร้อมรองรับวิกฤติน้ำมันได้แน่นอน 50 วัน หากเกิดวิกฤติขาดแคลนน้ำมันขึ้น ซึ่งมาจาก 3 ส่วนคือ 1.ปัจจุบันไทยมีน้ำมันดิบสำรอง อยู่ 2,958.06 ล้านลิตร คิดเป็นการสำรองใช้ได้ 24 วัน  2. มีน้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 1,591.23 ล้านลิตร คิดเป็นสำรอง 13 วัน และ 3. มีน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศอยู่ 1,549.53 ล้านลิตร คิดเป็นสำรองได้ 13 วัน ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มน้ำมันเบนซิน 368.11 ล้านลิตร กลุ่มดีเซล 839.95 ล้านลิตร และน้ำมันอากาศยาน 341.47 ล้านลิตร

            ส่วนก๊าซหุงต้ม (LPG) นั้น ปัจจุบันไทยมี LPG ใช้อยู่ 117.89 ล้านกิโลกรัม จากความต้องการใช้สำหรับเฉพาะภาคครัวเรือน 5.90 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ดังนั้นจึงมีสำรอง LPG สำหรับภาคครัวเรือนใช้ได้อยู่ 20 วัน
 


            สำหรับสถานการณ์การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันตลาดโลกให้ปรับสูงขึ้น 2 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 62 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล และปัจจุบันทรงตัวอยู่ที่ 61.80 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ดังนั้น ถ้าราคาน้ำมันดิบเปลี่ยนแปลง 5 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล จะเกิดการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันในประเทศ 1 บาทต่อลิตร ฉะนั้น ขณะนี้สถานการณ์ดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันในประเทศแต่อย่างใด

            ทั้งนี้ หากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทรวงพลังงานก็ยังมีเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเกือบ 40,000 ล้านบาท ไว้ดูแลราคาไม่ให้ปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไป โดยเงินดังกล่าวสามารถดูแลราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินไม่ให้สูงเกินไปและรักษาระดับราคาดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ได้ประมาณ 30 วัน โดยคำนวนจากต้นทุนราคาน้ำมันดิบในระดับไม่เกิน 70 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล

            อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์รุนแรงถึงระดับปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางที่เรือขนส่งน้ำมันทั่วโลกต้องแล่นผ่าน ก็อาจจะมีผลต่อการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) สำหรับผลิตไฟฟ้าของไทยได้ แต่กระทบต่อปริมาณนำเข้าไม่มาก เพราะไทยนำเข้า LNG อยู่ 2 ล้านตันต่อปี คิดเป็น 280 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ขณะที่ประเทศใช้อยู่ 5 พันล้านลูกบาศ์ฟุตต่อวัน หรือคิดเป็นสัดส่วนเพียง 5% ของการใช้ก๊าซฯในประเทศ ซึ่งส่วนนี้ไทยสามารถหาจากแหล่งอื่นมาชดเชยได้ แต่ที่จะกระทบมากคือ ราคานำเข้า LNG ซึ่งจะมีผลต่อราคาค่าไฟฟ้าในประเทศ โดยหากเกิดผลกระทบต่อราคาดังกล่าว กระทรวงพลังงานจะหาแนวทางแก้ไขต่อไปเพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าไฟฟ้าของประเทศ

            นายศิริ กล่าวด้วยว่า สำหรับคำสั่งของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดให้โรงกลั่นรายงานปริมาณการใช้น้ำมัน สต็อกน้ำมัน และการขนส่งน้ำมันเป็นรายวัน โดยเริ่มตั้งแต่ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อให้กระทรวงพลังงานทราบปริมาณน้ำมันที่แท้จริงในประเทศสำหรับวางแผนรองรับวิกฤติดังกล่าว นั้น  ก็ยังจะให้รายงานต่อไปจนกว่ารัฐมนตรีพลังงานคนใหม่จะพิจารณาให้ยกเลิก
ที่มา : Energy News Center
วันที่ : 14 มิ.ย. 2562