อดีตผู้ว่ากฟผ.ห่วงโซลาร์เซลล์ที่มากเกินไปกระทบความมั่นคงไฟฟ้า

           อดีตผู้ว่าการกฟผ. “กรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ “ ห่วงกำลังผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ ที่มีสัดส่วนมากเกินไป จะกระทบความมั่นคงระบบไฟฟ้าประเทศ ระบุแผนพีดีพีใหม่ กฟผ.ต้องมีโรงไฟฟ้าเพื่อรักษาความมั่นคง และมีการแก้ไขกฏหมายให้ แข่งขันโรงไฟฟ้าสร้างใหม่กับเอกชนได้อย่างเป็นธรรม

           นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ อดีตผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า มีความเป็นห่วงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์เซลล์ ที่จะเข้าสู่ระบบตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าประเทศฉบับใหม่ ว่าไม่ควรจะมีสัดส่วนที่มากเกินไปในช่วง10ปีแรกของแผน เนื่องจากเป็นไฟฟ้าที่ยังไม่มีความเสถียร และราคาของระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน ก็ยังไม่ปรับลดลงมาต่ำจริง จากเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเทียมที่ยังเป็นปัญหา โดยยกตัวอย่างที่เกิดขึ้นของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์มากกว่า1พันเมกะวัตต์ และมีปัญหาDuck Curve ที่หมายถึงว่า ในช่วงเวลากลางวัน จะมีการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์เข้ามาในปริมาณที่มาก ทำให้กฟผ.ต้องลดกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าของตัวเองลง แต่ช่วงเวลากลางคืนที่ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ผลิตไม่ได้ กำลังการผลิตวูบหายไปทันที ในขณะที่กฟผ.ต้องเร่งเดินเครื่องกำลังการผลิตเพื่อเติมให้ทัน

           นายกรศิษฏ์ กล่าวว่า โรงไฟฟ้าของกฟผ.ยังมีข้อจำกัดในการหรี่กำลังการผลิตลงได้เหลือ30% เท่านั้น หากหรี่ลงมากกว่านี้ โรงไฟฟ้าก็จะดับ ต้องหยุดเดินเครื่องไปเลย การสตาร์ทเครื่องใหม่ ต้องใช้เวลา โดยที่ผ่านมา เราปล่อยให้มีการสร้างโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ ในพื้นที่ที่ไม่มีความต้องการใช้ไฟฟ้า แต่ใช้วิธีสร้างสายส่งเข้าไปรับซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะกลายเป็นต้นทุนที่ไปเก็บกับประชาชน และไฟฟ้าที่ส่งเข้ามาก็สูญเสียในสายส่งไปหมด ซึ่งตรงข้ามกับต่างประเทศ ที่เขาออกแบบพลังงานหมุนเวียน อย่างโซลาร์เซลล์ พลังงานลม ให้อยู่ใกล้กับชุมชนที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้า โดยที่มีการออกแบบระบบไมโครกริด สมาร์ทกริด รองรับ รวมทั้งสามารถที่จะสั่งให้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน หยุดผลิตได้ หาก ไปกระทบกับระบบรวม ยกตัวอย่างพลังงานลม ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งมีรายได้หลักมาจากจากถูกสั่งหยุดเดินเครื่อง แต่ในกรณีของประเทศไทย ยังไม่มีการสั่งให้หยุด จึงกลายเป็นปัญหาในการบริหารจัดการระบบความมั่นคง รวมทั้งข้อมูลจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่มีการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจำนวนมาก ก็ยังไม่ถูกเชื่อมโยงให้ กฟผ.ได้รับรู้ล่วงหน้าด้วย

           อย่างไรก็ตามนายกรศิษฏ์ กล่าวว่า เรื่องของพลังงานหมุนเวียนนั้นตัวเขาสนับสนุนเฉพาะพลังงานหมุนเวียนที่เป็นชีวมวล เพราะสามารถที่จะทำให้มีความเสถียร เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าตลอด24ชั่วโมงได้ หากมีวัตถุดิบที่เป็นเชื้อเพลิงป้อน อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าชีวมวล มักจะสร้างโรงไฟฟ้าขนาดที่ต่ำกว่า9เมกะวัตต์ เพื่อเลี่ยงกฏระเบียบอะไรบางอย่าง ผลที่ตามมาก็คือ ก็ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5

           ต่อความเห็นถึงแผน PDP2018 นายกรศิษฏ์ ตอบว่า รับได้ เนื่องจากได้นำข้อเสนอหลายๆเรื่องในสมัยที่เขาเคยเสนอในช่วงที่เป็นผู้ว่าการกฟผ. เข้ามารวมอยู่ด้วย เช่นการพูดถึงเรื่องพลังงานหมุนเวียนที่จะเข้าระบบที่ต้องมีเรื่องของการแบคอัพด้วย หรือการแยกดูปริมาณสำรองไฟฟ้าเป็นรายภาค รวมทั้งการให้กฟผ.เป็นผู้รับผิดชอบในส่วนโรงไฟฟ้าที่เป็นความมั่นคงของระบบ ในขณะที่ปตท.ก็ดูแลความมั่นคงในเรื่องเชื้อเพลิงคือก๊าซธรรมชาติ ให้กับ โรงไฟฟ้ามั่นคงของกฟผ. เพราะการรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าถือเป็นภารกิจหลักที่สำคัญของกฟผ. โดยในท้ายที่สุด กฟผ.จะมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าเป็นเท่าไหร่นั้น ไม่ใช่ประเด็นที่ต้องกังวล

           สำหรับโรงไฟฟ้าใหม่นั้น ก็ควรจะต้องเปิดให้กฟผ.สามารถเข้าไปแข่งขันกับเอกชนได้อย่างเป็นธรรม คือต้องมีการแก้ไขกฏระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างที่มีความคล่องตัว คือไม่ต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ เช่นเดียวกับ ปตท. ส่วนเรื่องใดที่กฟผ.ยังมีความได้เปรียบเอกชน กฟผ.ก็ควรจะต้องเปิดกว้างเช่นเดียวกัน

           นายกรศิษฏ์ ยังมีความเป็นห่วงเรื่องความมั่นคงไฟฟ้าภาคใต้ โดยเฉพาะช่วง หน้าร้อนปี2564 ที่กำลังการผลิตใหม่ไม่สามารถเข้ามารองรับความต้องการใช้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นได้ทัน เนื่องจากโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตามแผน ว่า กระทรวงพลังงานควรจะต้องไปทำแผนหรือกิจกรรฒอนุรักษ์พลังงานเตรียมเอาไว้ เพื่อลดความต้องการใช้ลงมา เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน ส่วนในระยะต่อไป ยังยืนยันว่า พื้นที่ภาคใต้ยังต้องมีโรงไฟฟ้าใหม่ที่มีความมั่นคง ของกฟผ.โดยจะเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ หรือถ่านหินก็ได้ขึ้นอยู่กับนโยบาย
ที่มา : Energy news center
วันที่ : 10 เม.ย. 2562