กรมธุรกิจพลังงานออกประกาศให้ท่อส่งน้ำมันเป็นสถานที่สำรองน้ำมันตามกฏหมายได้...

          กรมธุรกิจพลังงาน ออกประกาศให้ท่อขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปเป็นสถานที่เก็บสำรองน้ำมันทางกฎหมายได้ เพื่อช่วยให้ผู้ค้ามีตัวเลขการสำรองที่เพิ่มขึ้น  รองรับโครงการขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคเหนือและอิสานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

          ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center-ENC) รายงานว่า  น.ส.นันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ลงนามในประกาศ กรมธุรกิจพลังงานเรื่อง“หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงและเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562” ให้ท่อขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปเป็นที่เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงได้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2562 เป็นไป

          โดยประกาศดังกล่าว มีการเพิ่มเติมข้อความในประกาศเรื่อง “หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงและเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2558 “ ที่ให้สถานที่เก็บน้ำมัน รวมถึง ท่อขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งนี้จะต้องสามารถนำน้ำมันเชื้อเพลิงออกจากท่อได้ไม่ว่าเวลาใดตลอดระยะเวลาที่เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น

          ด้านแหล่งข่าวจากรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ประกาศกรมธุรกิจพลังงานฉบับดังกล่าวเป็นการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ที่ประเทศไทยกำลังเตรียมการใช้ท่อส่งน้ำมันจากภาคกลางไปยังภาคเหนือ และไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุการขนส่งน้ำมันทางถนนและช่วยให้ต้นทุนการขนส่งน้ำมันถูกลง

          ดังนั้นผู้ค้าน้ำมันที่ขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปผ่านทางท่อจะถือเป็นการสำรองน้ำมันเชิงพาณิชย์ได้ด้วย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ค้าน้ำมันมีปริมาณสำรองน้ำมันสำเร็จรูปสูงขึ้น

          โดยปัจจุบัน กฎหมายกรมธุรกิจพลังงานกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมัน(กลุ่มโรงกลั่น)ต้องสำรองน้ำมันดิบไม่ต่ำกว่า 6% ของปริมาณการจำหน่าย และผู้ค้ามาตรา 7 ต้องสำรองน้ำมันสำเร็จรูป 1% ของการจำหน่าย

          อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากลุ่มโรงกลั่นได้เสนอขอปรับลดสัดส่วนการสำรองน้ำมันดิบลงเหลือ 5% เพื่อหวังลดต้นทุนการผลิต และให้เหตุผลว่าไม่จำเป็นต้องสำรองน้ำมันดิบสูงถึง 6% เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันโรงกลั่นสามารถจัดหาน้ำมันดิบได้สะดวกกว่าในอดีต แต่ข้อเสนอดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน จากภาครัฐ เนื่องจากทางหน่วยงานฝ่ายความมั่นคง ยังมีความเป็นห่วงกรณีการเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินเช่น ภาวะสู้รบในต่างประเทศที่อาจกระทบต่อการจัดหาน้ำมัน ซึ่งหากรัฐปล่อยให้โรงกลั่นสำรองน้ำมันดิบน้อยเกินไป อาจจะเกิดภาวะการขาดแคลนได้
ที่มา : Energy news center
วันที่ : 1 เม.ย. 2562