ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้สฯ จับมือ GULF-MITG เปิดให้บริการจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ
 
            ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จับมือ GULF- MITG ฤกษ์ดีเปิดให้บริการจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ ของโครงการ ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์น ซีบอร์ด เอ็นจีดี 2 (WHANGD2) ในพื้นที่ EEC ด้าน “ วิเศษ จูงวัฒนา” เผยลูกค้ารายแรก มีปริมาณการใช้ก๊าซ 100 ล้านบีทียูต่อวัน และเตรียมเปิดเพิ่มอีก 1 โครงการ ในปี 62 และมั่นใจธุรกิจค้าปลีกก๊าซธรรมชาติเติบโตดี 

            นายวิเศษ จูงวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยว่า โครงการดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด เอ็นจีดี 2 (WHANGD2) ได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2561 เป็นต้นมา โดยจำหน่ายก๊าซธรรมชาติให้ลูกค้ารายแรกในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 2 โครงการนี้เป็นโครงการแรกของความร่วมมือทางธุรกิจของบริษัทชั้นนำด้านพลังงาน ซึ่งประกอบด้วย บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) และบริษัท เอ็มไอทีจี (ไทยแลนด์) จำกัด (MITG) ภายใต้นิติบุคคล บริษัท กัลฟ์ ดับบลิวเอชเอ เอ็มที จำหน่ายก๊าซธรรมชาติ จำกัด (Gulf WHA MT) ในธุรกิจจำหน่ายก๊าซธรรมชาติทางระบบท่อ เพื่อรองรับความต้องการพลังงานของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 2 อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)

            นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF กล่าวว่า โครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนในระยะแรกประมาณ 198 ล้านบาท มีความสามารถในการจำหน่ายก๊าซธรรมชาติได้ 2,000,000 ล้านบีทียูต่อปี 

            โดยได้ลงนามสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติกับบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติกับลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมเป็นระยะเวลา 10 ปี ซึ่งสัญญาดังกล่าวจะสามารถต่ออายุได้ทุกๆ 10 ปี ทั้งนี้โครงการ WHANGD2 ยังได้รับใบอนุญาตการประกอบกิจการค้าปลีกก๊าซธรรมชาติผ่านระบบจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ และใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อผ่านระบบส่งก๊าซธรรมชาติจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            “โครงการ WHANGD2 เป็นโครงการจำหน่ายก๊าซธรรมชาติทางระบบท่อโครงการแรกที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายใต้บริษัทร่วมค้า Gulf WHA MT ปัจจุบัน ทางกลุ่มอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการที่ 2 ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ตามกำหนดในเดือนเมษายน 2562 และกำลังศึกษาโครงการอื่นๆ เพิ่มเติม” นางสาวยุพาพิน กล่าว

            นายวิเศษ กล่าวเสริมว่า การให้บริการจำหน่ายก๊าซธรรมชาติของโครงการ ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์น ซีบอร์ด เอ็นจีดี 2 (WHANGD2) ในครั้งนี้ เป็นการเริ่มต้นธุรกิจที่ 3 ของ WHAUP ซึ่งสอดรับกับกลยุทธ์การขยายการบริการด้านสาธารณูปโภค และพลังงาน ให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยลูกค้ารายแรก ที่ใช้บริการท่อก๊าซ คือ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด โดยได้จัดหาก๊าซธรรมชาติ ตามความต้องการของลูกค้าในระยะแรก ที่ระดับ 100 ล้านบีทียูต่อวัน ทั้งนี้ ในปัจจุบัน ทางกลุ่มอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างโครงการ ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด เอ็นจีดี 4 (WHANGD 4) คาดว่าจะเสร็จในช่วงไตรมาส 1/2562 และอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ และศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของโครงการ ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด เอ็นจีดี 3 (WHANGD 3) ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในปี 2562 โดยทุกโครงการพร้อมรองรับการเติบโตของ EEC เช่นกัน

            “บริษัทฯ มั่นใจว่า การให้บริการจำหน่ายก๊าซธรรมชาติในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group จะสร้างโอกาสที่ดีทางธุรกิจ เพราะก๊าซธรรมชาติ เป็นพลังงานสะอาด มีราคาที่เหมาะสม จึงเป็นเชื้อเพลิงหลักของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน และอนาคต ซึ่งทดแทนน้ำมันเตา หรือน้ำมันดีเซล นอกเหนือจากนั้น การให้บริการจำหน่ายก๊าซธรรมชาติผ่านระบบท่อ สามารถช่วยลดความเสี่ยงการขนส่งทางถนน ลดปริมาณการจราจรในพื้นที่ และมีความปลอดภัยสูง พร้อมทั้งเพิ่มความมั่นคงในการใช้เชื้อเพลิงของลูกค้า เพราะระบบท่อก๊าซของ NGD2 เชื่อมโยงกับระบบท่อประธานก๊าซธรรมชาติของ ปตท. กอปรกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group ล้วนแต่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ และเป็นบริษัทฯ ที่ลงทุนระยะยาว จึงมองว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการด้านพลังงานที่จะเติบโตต่อไปในอนาคตได้ เป็นอย่างดี” นายวิเศษ กล่าว


ที่มา : MGR ONLINE
วันที่ : 11 ธ.ค. 2561