TOP ชี้ปี 62 ค่าการกลั่นทรงตัวสูง เดินหน้าก่อสร้างโครงการ CFP

           “ไทยออยล์” ชี้ปีหน้าค่าการกลั่นยังทรงตัวในระดับสูงอยู่ที่ 5-6 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และ GIM เฉลี่ย 7-8 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เนื่องจากไม่มีโรงกลั่นใหม่ เผยบริษัทเตรียมเงิน 3 พันล้านเหรียญพร้อมลงทุนในโครงการ CFP มูลค่า 4.71 พันล้านเหรียญสหรัฐ 

           นายชัชชัย สิริวิชช์ ผู้จัดการแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP) เปิดเผยว่าแนวโน้มค่าการกลั่น (GRM) ในปีหน้าจะทรงตัวในระดับสูงอยู่ที่ 5-6 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และค่าการกลั่นรวม (ไม่รวมสต๊อกน้ำมัน) หรือ GIM อยู่ที่ 7-8 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ใกล้เคียงหรือสูงกว่าปี 2561 เนื่องจากความต้องการใช้ดีเซลและน้ำมันอากาศเติบโตสูงขึ้นซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักจากโรงกลั่นไทยออยล์ รวมทั้งได้รับอานิสงส์จากมาตรการ IMO ที่กำหนดการใช้เชื้อเพลิงเดินเรือกำมะถันต่ำ 0.5% ในต้นปี 2563 ทำให้เรือเดินสมุทรต้องซื้อใช้น้ำมันดีเซลมาผสมในน้ำมันเตาเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2562 และในปีหน้าก็ไม่มีโรงกลั่นใหม่เพิ่มขึ้น

           สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันดิบดูไบในปี 2562 คาดว่าเฉลี่ย 70-75 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากปีนี้ที่คาดว่าราคาน้ำมันดิบเฉลี่ย 70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เนื่องจากมีโอกาสที่กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน (โอเปก) จะปรับลดกำลังการผลิตลงเพื่อพยุงไม่ให้ราคาน้ำมันดิบต่ำ ขณะที่ส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลกับน้ำมันดิบดูไบเพิ่มขึ้นจากความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้น

           ส่วนความคืบหน้าโครงการพลังงานสะอาด (CFP) เงินลงทุน 4,719 พันล้านเหรียญสหรัฐว่า ขณะนี้บริษัทฯ คัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการแล้ว คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในกลางปี 2562 และก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2566 ส่งผลไทยออยล์มีกำลังการกลั่นเพิ่มขึ้นจาก 2.75 แสนบาร์เรล/วัน เป็น 4 แสนบาร์เรล/วัน ดึงค่าการกลั่นเพิ่มขึ้นจาก 5 เหรียญเป็น 10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อม (EBITDA) เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปัจจุบันอยู่ที่ 900 ล้านเหรียญสหรัฐ

ส่วนโรงไฟฟ้าที่ใช้ในโครงการนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าหลายราย คาดว่าจะสรุปคัดเลือกได้ในปีหน้า

           ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว ทางบริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อมแหล่งเงินแล้ว 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อใช้ในโครงการดังกล่าวช่วง 2 ปีแรก (2562-2563) ที่จะใช้เงินลงทุนสูงประมาณ 1,180 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 1,887 ล้านเหรียญสหรัฐตามลำดับ และใน 2 ปีถัดไป แหล่งเงินทุนมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
ที่มา : MGR ONLINE
วันที่ : 3 ธ.ค. 2561