“สกพ.” ขยับปรับโครงสร้างองค์กร-กำกับดูแลรับมือเทคโนโลยีโลกเปลี่ยน

            “สกพ.” เตรียมเสนอปรับโครงสร้างองค์กรและการบริหารงานสอดรับยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 และแผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน หวังเดินหน้าปี 2562 ยกระดับการบริการและพัฒนาบุคลากรรับเทรนด์เทคโนโลยีพลังงานเปลี่ยน

            น.ส.นฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) และในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ในปี 2562 สกพ.เตรียมปรับปรุงโครงสร้างองค์กรและแนวทางการบริหารเพื่อให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 และแผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ซึ่งแผนงานดังกล่าวจะมีการนำเสนอกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ที่มีนายเสมอใจ ศุขสุเมฆ เป็นประธานเห็นชอบเร็วๆ นี้

            “โครงสร้างองค์กรที่ผ่านมามีการนำเสนอให้ กกพ.ชุดเก่าพิจารณาแล้ว แต่เมื่อมีการเปลี่ยน กกพ.ชุดใหม่จึงต้องขอความเห็นชอบอีกครั้ง ซึ่งหลักการสำคัญๆ เราจะเน้นปรับแนวทางทำงานและการพัฒนาให้สอดรับกับนโยบายรัฐและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง (Disruptive) ซึ่งเราจะมองการสร้างคนรุ่นใหม่ที่สอดรับกับยุค 4.0” น.ส.นฤภัทรกล่าว

            ทั้งนี้ แนวทางสำคัญที่ สกพ.จะปรับเปลี่ยนในปี 2562 หลักๆ ได้แก่ การปรับระบบการให้บริการโดยเฉพาะการออกใบอนุญาตด้านพลังงานให้เป็นแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร (One Stop Service) ที่ สกพ.หรือสำนักงานเขตในที่เดียวจบ เช่น ใบอนุญาตผลิตไฟฟ้า ใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลงอาคาร (อ.1) ใบ รง.4 เป็นต้น

            ขณะเดียวกันยังเตรียมศึกษามาตรการต่างๆ ที่จะรองรับพลังงานทดแทนที่คาดว่าเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะส่งผลให้พลังงานเหล่านี้เข้ามายังระบบมากขึ้น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย (โซลาร์รูฟท็อป) ซึ่งจำเป็นจะต้องติดตามเทคโนโลยีที่รวมถึงระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) เพื่อที่จะทำให้การกำกับดูแลให้ก้าวทัน โดยจะมีการดำเนินงานจัดตั้งศูนย์พยากรณ์เพื่อรองรับการจัดทำข้อมูลที่เป็น Big Data และรวมถึงการศึกษาค่าสำรองไฟฟ้า (Backup Rate) ว่าควรมีหรือไม่อย่างไร เป็นต้น

            นอกจากนี้ยังมีการศึกษาถึงการรองรับยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) โดยเฉพาะเมื่อมีปริมาณรถและสถานีชาร์จไฟเพิ่มขึ้นจะก่อให้เกิดการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างกัน สกพ.จึงต้องเตรียมพร้อมในเรื่องของอัตราจำหน่ายไฟฟ้าที่เหมาะสมในการส่งเสริมการแข่งขันมากขึ้น เป็นต้น

            สำหรับการพัฒนากำลังคนของ สกพ.เองได้ให้ความสำคัญอย่างมากที่จะทำการยกระดับพนักงานที่จะมุ่งเน้นการใช้นวัตกรรม ระบบไอทีมากขึ้น โดยมุ่งหวังการยกระดับการตรวจติดตามการประกอบกิจการพลังงานให้เป็นการกำกับกิจการพลังงานให้เป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรม ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม (Post Audit) เพื่อก้าวสู่การกำกับกิจการพลังงานเป็นเลิศ (Reform&Enforce) ฯลฯ
ที่มา : MGR ONLINE
วันที่ : 22 พ.ย. 2561