พีดีพีใหม่ชง กพช.เดือน ธ.ค. จ่อเลื่อนโรงไฟฟ้าถ่านหินไว้หลังปี 70

           “ศิริ” รมว.พลังงานเร่งเครื่องถกแผนพีดีพีฉบับใหม่หวังชง “กพช.” เคาะธันวาคมนี้เพื่อเปิดประชาพิจารณ์และประกาศใช้ได้ภายในต้นปี 2562 แย้มโรงไฟฟ้าก๊าซฯ จะมาเป็นลำดับแรกให้เป็นโรงไฟฟ้าหลักเพื่อความมั่นคง ผสมกับพลังงานทดแทน ขณะที่โรงไฟฟ้าถ่านหินใส่ไว้หลังปี 2570 เพื่อรอผลศึกษา SEAว่าจะเกิดหรือไม่

​           แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่า ขณะนี้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้เร่งหารือกับสำนักนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เพื่อเร่งจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่(PDP ปีพ.ศ.2561-80) เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานภายในเดือนธันวาคม จากนั้นจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในต้นปี 2562 ก่อนจะประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป

​           ปัจจุบันการจัดทำแผนอยู่ระหว่างการลงรายละเอียดถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าหลังปริมาณสำรองที่ขณะนี้อยู่ระดับเฉลี่ยสูงถึง 25-30% ของกำลังการผลิตติดตั้งจะเพียงพอการใช้ไปถึงปี 2567-2568 จากนั้นจะต้องมีโรงไฟฟ้าใหม่เข้ามาเพิ่มเพื่อไม่ให้กระทบต่อความมั่นคง ดังนั้น เบื้องต้นการจัดลำดับโรงไฟฟ้าภายใต้แผนพีดีพีใหม่ที่กำหนดให้มีโรงไฟฟ้า เพื่อความมั่นคงจึงมองทางเลือกไปยังโรงไฟฟ้าหลักที่เป็นเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) เป็นลำดับแรกก่อน ส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้นจะถูกจัดไว้ในแผนหลังปี 2570 เนื่องจากยังมีความเห็นต่างจึงต้องรอผลการศึกษาจากคณะกรรมการกำกับการศึกษาประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้สรุปชัดเจนก่อนว่าจะสามารถมีโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่อย่างไร

​           “โรงไฟฟ้าหลักที่เป็นเชื้อเพลิงก๊าซฯ คงจะมาก่อนลำดับแรกก็คงต้องมาดูสัดส่วนว่าจะมาจากไฟฟ้าของผู้ผลิตไฟเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) และ กฟผ.ในสัดส่วนเท่าใด ที่เหลือจะเป็นในส่วนของโรงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ขณะนี้ยอมรับว่าสัดส่วนระหว่างโรงไฟฟ้าหลักกับพลังงานทดแทนนั้นยังต้องหาจุดสมดุลอยู่เพราะโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเช่น แสงอาทิตย์ ลม ยังไม่เสถียรหากดำเนินการจะต้องมองในเรื่องของการปรับระบบให้เป็น Power System Flexibility” แหล่งข่าวกล่าว
ที่มา : MGR ONLINE
วันที่ : 7 พ.ย. 2561